ข้ามไปยังเนื้อหา

Mandalay | มัณฑะเลย์ – แค่ 3 วัน 2 คืน

မင်္ဂလာ มิงกะลาบา :
ไปเที่ยวโซนเอเชียมาก็เยอะ แต่เที่ยวพม่าบ้านใกล้เรือนเคียงนี่คือครั้งแรก !
โอกาสพอดิบ พอดี๊พอดี ไปกับทัวร์กันเลยแล้วกัน ไม่ต้องแพลนเอง เค้าเตรียมให้หมด เก็บเช็คอินครบ
จบในทริปเดียว! ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋าพร้อมไปลุย !! กับทริป #มัณฑะเลย์

Mandalay | มัณฑะเลย์ ,, ครั้งนี้เรามาสายบุญนะ บอกก่อน
ถึงแม้หน้าตาจะไม่ให้ก็ตาม 55555
แล้วก็จะไปเที่ยวกันหลากหลายสถานที่มากๆ
ทั้งสกายน์ อังวะ และ มิงกุน ด้วย !!!
– – – – – – – – – – – – – – – –
📍 เอ้าๆ ปักหมุดแล้วตามไปเช็คอินกันเลย📍
– Kaungmudaw Pagoda Sagaing
– ภูเขาสกายน์ ဆွမ်းဦးပုညရှင် စေတီတော်
– Umin Thonze Pagoda
– Bagaya Monastery
– Maha Aungmye Bonzan
– Nanmyin Watch Tower
– Mya Thein Tan Pagoda
– Mingun Pahtodawgyi
– Mandalay palace
– Shwenandaw Monastery
– Kuthodaw Pagoda
– Mandalay Hill
– Kyauktawgyi Pagoda
– พิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุนี
– U Bein Bridge
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ทริปนี้เราใช้เวลาสั้นๆ แค่ 3 วัน 2 คืน ในดินแดน มัณฑะเลย์ประเทศพม่า
ส่วนตัวสำหรับเราการมาเยือนมัณฑะเลย์, พม่า ครั้งแรก ถือว่าคิดถูกมาก ๆ มาเที่ยวกับทัวร์
เพราะไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่สะดวกสบาย ไกด์ประจำทริปที่น่ารัก ทั้งไกด์จากฝั่งไทย และ ไกด์ท้องถิ่น เนื่องจากขนส่งสาธารณะในประเทศพม่าก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์การมาเที่ยวเองได้ดีนัก
ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยในการหารถ หรือ การเดินทางต่าง ๆ เลย ทางทัวร์จัดให้เราได้ครบหมด
ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ หรือ ทางม้า
ไหนจะเรื่องอาหารการกินที่อร่อยทุกมื้อแบบไม่ต้องกลัวไม่อิ่ม
รวมถึง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ มากมายในมัณฑะเลย์ที่ทำให้เราเก็บครบจบภายใน 3 วัน
ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

พร้อมแล้วก็ ออกเดินทางกัน !!

Kaungmudaw Pagoda Sagaing
วัดกวงมูดอร์ หรือ วัดเจดีย์นมนาง

สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่เมื่อปี พ.ศ.2179
ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยว แก้ว
หรือพระทันตธาตุที่ได้มาจาก ลังกา

มุมถ่ายรูปสวยๆเพียบเลยนะ แค่ต้องรอจังหวะหน่อยเท่านั้นเอง
อ่อ ลืมบอกไปที่พม่า ทุกวัด ทุกที่เป็นสถานที่ปลอดรองเท้าและถุงเท้านะ
ฉะนั้นเมื่อเข้าไปเยี่ยมชมภายในบริเวณวัดต่าง ๆ เราต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าเผื่อเดินเข้าไปเยี่ยมชม
ถ้าฝ่าฝืนเป็นเรื่องผิดกฎหมายของที่นี้ อาจได้ไปคุยกับพี่ ๆ ตำรวจพม่าได้นะ

โดยรอบบริเวณฐานเจดีย์ก็จะมีร้านค้ามากมาย ส่วนมากก็จะขายผ้าซิ่น เครื่องประดับ และแน่นอนเครื่องสำอางค์คู่ชาวพม่า ไม้ทานาคา (ที่คนพม่านำมาฝนแล้วทาหน้ากันหนะ)

ในสถานที่หลายๆ สถานที่ของพม่า
การถ่ายรูปจะมีการเก็บค่าถ่ายรูปด้วยนะ
ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ ราคาไม่เท่ากัน
ซึ่งที่นี้มีค่าเรียกเก็บถ่ายรูป 300 จั๊ด
หรือประมาณ 6 บาทกว่า ๆ

ซุนอูโปหยะชิน ภูเขาสกายน์ ဆွမ်းဦးပုညရှင် စေတီတော်
หากเรามองภูเขาสกายน์จากด้านล่างขึ้นไป จะเห็นว่า เขาที่เป็นที่ตั้งของวัด มีรูปทรงคล้ายกบ

บรรยากาศรอบๆ สวย สงบ และ เย็นมาก
มีลมพัดโชยมาจาก แม่น้ำอิระวดีด้านล่างตลอด

ต่อไปเราไปที่ เจดีย์อูมินทงแส่, Umin Thonze Pagoda
ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 45 องค์ เรียงยาวต่อกันเป็นครึ่งวงกลม

วิหาร Bagaya Monastery เป็นวิหารไม้สักที่มีขนาดใหญ่
ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมไม้สักเดียว ที่หลงเหลือจากยุคสงครามของเมืองอังวะ

ลืมบอกไป ตอนนี้เรากำลังเที่ยวในเขตเมืองอังวะแล้ว วิธีที่เราจะใช้เยี่ยมชมเมืองอังวะในวันนี้ก็คือ
การนั่งรถม้า เที่ยวรอบเมืองอังวะ ก็ดูคลาสสิกดี
ถ้าหากใครไม่เคยนั่งรถม้ามาก่อน ก็ถือว่าเปิดประสบการณ์
หวาดเสียวกลาย ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ถือว่าสนุกมาก
น้องม้าไม่ซิ่งมาก แต่อาจมีการพาไปตกร่องถนนนิดหน่อย ฮา ๆ

วัดมหาอ่องเหม่ บอนซาน Maha Aungmye Bonzan สร้างโดยพระนางเมนุมเหสีในพระเจ้าบาจีด่อ
ที่นี่สวยมาก เราชอบ ยิ่งใหญ่และเป็นสถาปัตยกรรม ที่ดูโบราณ และ ดูขลังมาก

หอคอยเมืองอังวะ Nanmyin Watch Tower
เป็นส่วนหนึ่ง ของพระราชวัง เพื่อใช้ สังเกตการณ์ข้าศึก

แม่น้ำอิรวดี ประเทศพม่า แม่น้ำสายนี้ยังถูกเรียกว่า “ถนนสู่มัณฑะเลย์” อีกด้วย
ที่เห็นคือฐานของเจดีย์มินกุน ที่ยังไม่ทันสร้างเสร็จ อังกฤษเข้ามายึดครองไปเสียก่อน แค่นี้ยังสูง 50 เมตร
ว่ากันว่าถ้าสร้างเสร็จจริงๆ เจดีย์องค์นี้จะสูงถึง 152 เมตร และจะเป็นเจดีย์ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ทริปนี้เราเดินทางกันทุกรูปแบบ บอกเลย นั่งเครื่อง ขึ้นรถ ลงเรือ ขึ้นรถม้า
ครบถ้วน การมากับทางทัวร์ถือว่าเป็นเรื่องสบายอย่างหนึ่ง ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
เหมาะกับชวนครอบครัว หรือชวนเพื่อนมาเที่ยวก็ได้เลย

วันที่ 2 ของการเดินทาง
วันนี้เราจะไปเที่ยวที่ เมืองมินกุน มาแวะกันที่แรก คือ เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน)
Mya Thein Tan Pagoda แลนด์มาร์คสำคัญของทริปเลยก็ว่าได้
มีการขนานนามที่นี่ว่าทัชมาฮาลแห่งลุ่มแม่น้ำอิรวดี

ด้วยความเป็นเจดีย์สีขาวสวยงาม พร้อมทั้งฐานเจดีย์ที่มีลักษณะเหมือนคลื่นน้ำ
ซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น สวยงาม ยิ่งถ้าวันไหนฟ้าเปิด สีขาวของเจดีย์ กับ สีฟ้าของท้องฟ้า ตัดกันสวยงามมาก

เจดีย์มินกุน Mingun Pahtodawgyi
มาถึงไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนเมืองมินกุนแล้ว หลังจากที่เราเห็นฐานเจดีย์มาแต่ไกล
ตั้งแต่นั่งเรือข้ามฝากมาจากมัณฑะเลย์ พอมายืนอยู่ข้างใต้เจดีย์มินกุน ก็พบว่า โอ้โห ยิ่งใหญ่จริง
นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าสร้างเสร็จตามแบบจำลอง จะอลังการงานสร้างขนาดไหน

เศษซากของรูปปั้นสิงโต
ที่ปัจจุบันหลงเหลือแค่เพียงช่วงท้ายของรูปปั้น
ส่วนหัวและลำตัว พังทะลายกองอยู่ใกล้ ๆ กัน

ปราสาทมัณฑะเลย์ พระราชวังสุดท้ายของกษัตริย์พม่า
ปัจจุบันพระราชวังที่เห็นอยู่ เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่า
ได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา
เพราะถูกทิ้งระเบิดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ความสวยงามด้านในพระราชวัง

ที่ต่อไปคือ Shwenandaw Monastery
วัดชเวนันดอว์ เป็นอาคารไม้สีดำทั้งหลัง เชื่อว่าแต่เดิมคงปิดทองคำเปลวอร่ามทั้งองค์
ต่อมาทองได้จางหายไป และที่นี่คืองานช่างหลวงชิ้นสุดท้ายที่เหลือให้ชม

วัดกุโสดอ Kuthodaw Pagoda
ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทําการสังคายนา พระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎก
ทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ ซึ่งแผ่นศิลาจารึกทั้งหมดก็ถูกประดิษฐานไว้ในเจดีย์
แต่ละองค์นั่นเอง ทำให้วัดกุโสดอแห่งนี้ มีเจดีย์อยู่ในภายในวัดมากมาย

เสร็จจากวัดกุโสดอแล้ว เราก็ไม่รอช้าตรงดิ่งไปยังไฮไลท์อีกที่ของวันนี้นั้นก็คือ
เขามัณฑะเลย์ Mandalay Hill เป็นจุดชมวิวที่มีทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด
ของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งมีความสูงถึง 240 เมตร จุดนี้เราเปลี่ยนรถเป็นรถสองแถวอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปยังยอดเขา

เมื่อเรามาถึงด้านล่างของเขามัณฑะเลย์แล้ว
เรามีสองตัวเลือกในการขึ้นเขา นั่นก็คือ
การเดินขึ้นบันไดเลื่อน และ ขึ้นลิฟท์ ไปด้านบน

ลงจาก Mandalay Hill เราก็ไปยังวัดเจ้าต่อจี
หรือวัดพระหินอ่อน (Kyauktawgyi Pagoda)
ซึ่งอยู่บริเวณตีนเขามัณฑะเลย์ เพื่อนมัสการ “พระเจ้าต่อจี”
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนองค์ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่าด้วยความสูง 11 เมตร

คุ้มค่าตื่นมากๆ ที่นี่คือสวยและอลังการ ที่ต้องมีพิธีนี้ ก็เพราะความเชื่อของชาวพม่า
คือเชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต ซึ่งพิธีนี้จะประมาณตี 4 ของทุกวัน
ที่มีเจ้าอาวาสของวัด เป็นผู้ประกอบพิธีนั่นเอง

ปิดทริปที่สุดท้ายด้วย สะพานอูเบ็ง
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก
ด้วยความที่เราออกไปเข้าร่วมพิธีเมื่อเช้า เช้ามาก
ไกด์เลยใจดีให้เรานอนพักกันอีกคนละชั่วโมงสองชั่วโมง
เราจึงออกจากโรงแรมมาในเวลา 9 โมงเช้า และ
มาถึงยังสะพานอูเบ็งเวลา 9โมงครึ่ง
แสงอาทิตย์ช่วงสายอาจจะแรงไปหน่อย
มุมที่เรามองสะพานจึงย้อนแสงมาก ๆ
แต่นั้นก็ไม่สามารถทำให้สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก
สะพานนี้สวยน้อยลงไปเลย

สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกครับ
ยาวแค่ไหนน่ะเหรอ 1.2 กิโลเมตร จ้าาาา
เดินไป เดินกลับ มีเป็นชั่วโมงได้ !!

ไม่ใช่แค่ยาวที่สุดนะ ยังเก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย
เพราะสร้างขึ้นเมื่อราวปี ค. ศ. 1850 นู่นเลย

สุดท้ายนี้ทริปนี้ ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง
ผู้ใหญ่ใจดีในครั้งดี
Itravelscenter
Unithai Trip

เดินทางไปเที่ยวกับทัวร์ ก็สบายไปอีกขั้น
เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
ไกด์ดูแลดีตลอดทั้งทริป โดยเฉพาะอาหารการกิน ! เลิศศศศศศ อิ่มทุกมื้อ


ติดตามรีวิวใหม่ๆ และกดไลค์เนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
FACEBOOK : /https://www.facebook.com/relationtripsss/
IG : https://www.instagram.com/relation_trip/

ใส่ความเห็น